
26 สิงหาคม 2569🏛️ ข่าวสารสมาคมเมื่อวันพุธที่ 26 สิงหาคม 2569 สมาคมวัฒนธรรมแต้จิ๋วและภาษา (ประเทศไทย) จัดพิธีเปิดป้ายสมาคมอย่างเป็นทางการ ณ อาคารสำนักงานสมาคมฯ ถนนเจริญราษฎร์ เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร โดยได้รับเกียรติจาก พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้แทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยท่านอู๋ เจี้ยน อัครราชทูตที่ปรึกษาและกงสุลใหญ่ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำราชอาณาจักรไทย ผู้นำองค์กรชาวไทยเชื้อสายจีน แขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชนร่วมงานอย่างคับคั่ง เวลา 10.00 น. ประธานร่วมเปิดป้าย 13 ท่าน ประกอบพิธีเปิดป้ายสมาคมร่วมกัน ณ บริเวณหน้าอาคาร และบันทึกภาพหมู่ร่วมกัน จากนั้นในห้องพิธีชั้น 2 คุณวีระ วาณิชยพิทักษ์ นายกสมาคมวิเทศพาณิชย์ไทย-จีน ในฐานะประธานจัดงาน กล่าวเปิดงาน ก่อนที่ พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก จะมอบตราตั้งแก่ คุณพัดชา ตั้งศิริบุญญา นายกสมาคมฯ โดยมีสักขีพยานผู้ทรงเกียรติ 6 ท่านร่วมในพิธี ต่อด้วยการกล่าวแสดงความยินดีจากแขกผู้มีเกียรติ และพิธีมอบใบแต่งตั้งแก่นายกกิตติมศักดิ์ของสมาคมฯ โดยท่านอู๋ เจี้ยน ก่อนปิดท้ายด้วยงานเลี้ยงรับรอง คุณวีระ วาณิชยพิทักษ์ กล่าวเปิดงานว่า ชาวแต้จิ๋วลงหลักปักฐานบนแผ่นดินไทยมากว่าร้อยปี สิ่งที่บรรพบุรุษทิ้งไว้มิใช่เพียงความขยันและความซื่อสัตย์ หากยังมีภาษาและขนบธรรมเนียม ทว่าภาษาคือสิ่งที่ขาดสายได้ง่ายที่สุด สมาคมฯ จึงตั้งขึ้นเพื่อนำภาษาแต้จิ๋วมาสอนคนรุ่นใหม่อย่างเป็นรูปธรรม โดยนับแต่เปิดการเรียนการสอนเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม สมาคมฯ จัดกิจกรรมต่อเนื่องทุกวันเสาร์รวม 7 ครั้งโดยไม่ขาดแม้สัปดาห์เดียว และกิจกรรมชมภาพยนตร์ภาษาแต้จิ๋วเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม มีผู้ร่วมกว่า 180 คน ซึ่งส่วนใหญ่มากันทั้งครอบครัว พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก กล่าวแสดงความยินดีในนามกรุงเทพมหานครว่า ประวัติศาสตร์ของกรุงเทพมหานครกับประวัติศาสตร์ของชาวแต้จิ๋วบนแผ่นดินไทยเป็นเรื่องเดียวกัน งานด้านภาษาที่สมาคมเลือกทำเป็นงานที่ยากและสำคัญ เพราะโบราณสถานบูรณะได้ ประเพณีฟื้นฟูได้ แต่ภาษาหากขาดช่วงไปเพียงรุ่นเดียว ความทรงจำและวิธีคิดของบรรพชนจะหายไปพร้อมกัน การสอนภาษาแต้จิ๋วแก่คนรุ่นใหม่จึงเป็นการรักษาทุนทางวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานครไว้ด้วย พร้อมชื่นชมว่างานลักษณะนี้วัดกันที่ความสม่ำเสมอ ซึ่งสมาคมฯ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว และกรุงเทพมหานครยินดีประสานการสนับสนุนทั้งด้านพื้นที่ กิจกรรมของย่าน และการเชื่อมโยงกับโรงเรียนและชุมชนในเขตอย่างเต็มที่ ท่านอู๋ เจี้ยน อัครราชทูตที่ปรึกษาและกงสุลใหญ่ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำราชอาณาจักรไทย กล่าวสุนทรพจน์แสดงความยินดี พร้อมสนับสนุนแนวทางการเรียนการสอนที่ครอบคลุมคนสามรุ่น ทั้งเด็กเล็ก เยาวชน และผู้อาวุโส ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้สอนและผู้เรียนต่างวัยได้ส่งต่อภาษาและวัฒนธรรมระหว่างกันจากรุ่นสู่รุ่น อันเป็นรากฐานสำคัญของมิตรภาพไทย-จีนที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน ดร.ณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานหอการค้าไทย-จีน กล่าวแสดงความยินดี พร้อมสนับสนุนให้สมาคมฯ ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านคนรุ่นใหม่ และนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนภาษาจีน เพื่อให้เข้าถึงผู้เรียนได้อย่างทั่วถึงทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ อันจะช่วยให้บุคลากรก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของการค้าไทย-จีนที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว คุณสมชาย เวชากร นายกสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย กล่าวแสดงความยินดี พร้อมเน้นย้ำถึงการส่งเสริมความสามัคคีในสังคมชาวไทยเชื้อสายจีน ผ่านความรู้สึกของการเป็น "กากี่นั้ง" หรือคนกันเอง ซึ่งสื่อสารกันด้วยถ้อยคำ ตัวอักษร และไมตรีจิตที่มีต่อกัน อันเป็นหัวใจของวัฒนธรรมแต้จิ๋วที่สืบทอดกันมา ดร.แสงชัย โสตถีวรกุล ประธานกิตติมศักดิ์ถาวร สมาคมโรงเรียนสอนภาษาจีน ประเทศไทย กล่าวแสดงความยินดี พร้อมแสดงความพร้อมที่จะสนับสนุนสมาคมฯ ในด้านบุคลากรผู้สอน และการวางระบบการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบ ที่เน้นการนำไปใช้ได้จริงและเปิดพื้นที่ให้เกิดการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ ด้านคุณพัดชา ตั้งศิริบุญญา นายกสมาคมฯ กล่าวขอบคุณผู้มีเกียรติทุกท่าน โดยระบุว่าตราตั้งที่ได้รับมิใช่เกียรติของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หากเป็นคำยืนยันจากเมืองหลวงว่าภาษาและวัฒนธรรมแต้จิ๋วเป็นส่วนหนึ่งของกรุงเทพมหานคร พร้อมย้ำความเชื่อของสมาคมฯ ว่าผู้ใดที่มีสายเลือดแต้จิ๋วอยู่ในตัว ผู้นั้นคือสมาชิกของสมาคมอยู่แล้วโดยไม่ต้องนับกันที่ใบสมัคร และให้คำมั่นว่าสมาคมฯ จะจัดการเรียนการสอนต่อเนื่องทุกสัปดาห์ พัฒนาตำราและสื่อการเรียนให้ใช้ได้จริง และเปิดประตูต้อนรับทุกคนที่อยากเรียนไม่ว่าจะมีเชื้อสายจีนหรือไม่ พร้อมทิ้งท้ายว่า "ป้ายเปิดเพียงวันนี้วันเดียว แต่ห้องเรียนของเราเปิดทุกวันเสาร์" ในโอกาสเดียวกัน แขกผู้มีเกียรติได้เยี่ยมชมห้องนิทรรศการวัฒนธรรมแต้จิ๋ว ชั้น 1 ซึ่งจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ของชาวแต้จิ๋วในสยามกว่า 50 ชิ้น ทุกชิ้นมีป้าย QR ให้อ่านเรื่องราวได้ทั้งภาษาไทย จีน และอังกฤษ สมาคมฯ ขอขอบพระคุณแขกผู้มีเกียรติ สื่อมวลชน และผู้ร่วมงานทุกท่านมา ณ โอกาสนี้
22 สิงหาคม 2569📄 บทความทั่วไปเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 มหาวิทยาลัยหันซานซือฟ่าน (韩山师范学院) จากเมืองแต้จิ๋ว ประเทศจีน และมหาวิทยาลัยรังสิต ประเทศไทย ร่วมกันจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนระยะสั้น โดยมีนักศึกษาจากประเทศจีนกว่า 20 คน เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ภายในกิจกรรม นักศึกษาได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน พร้อมเยี่ยมชมโรงงาน Mahachai Kraft Paper โดยมี ดร.แสงชัย โสตถีวรกุล ประธานกรรมการบริหาร ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น คณะยังได้แวะเยี่ยมชมโรงงาน I-MOTOR MANUFACTURING CO., LTD. ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีคุณปรีชา นายกกิตติมศักดิ์ของสมาคมฯ ให้การต้อนรับ นับเป็นการเปิดประสบการณ์การเรียนรู้นอกห้องเรียน และสร้างมิตรภาพอันดีระหว่างนักศึกษาจีนและไทย นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เต็มไปด้วยการเรียนรู้ รอยยิ้ม และความประทับใจของนักศึกษาจากทั้งสองมหาวิทยาลัย
15 สิงหาคม 2569📄 บทความทั่วไปเมื่อวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2569 สมาคมวัฒนธรรมแต้จิ๋วและภาษา (ประเทศไทย) ได้จัด**กิจกรรมประจำสัปดาห์ครั้งที่ 7** ในรูปแบบพิเศษที่แตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา โดยนำสมาชิกและผู้สนใจ **กว่า 180 ท่าน** ร่วมชมภาพยนตร์เรื่อง **"จดหมายรักถึงอาม่า" (Dear You)** พร้อมกัน ณ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ ซีเนม่า ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พระราม 3 นับเป็นกิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมมากที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งสมาคมฯ เป็นเรื่องบังเอิญที่งดงาม — โรงภาพยนตร์แห่งนี้ตั้งอยู่ใน**แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม** เช่นเดียวกับที่ทำการสมาคมฯ บนถนนเจริญราษฎร์ ห้องเรียนของเราในวันนั้นจึงเพียงย้ายจากอาคารสมาคมฯ ไปอีกไม่กี่นาทีในย่านเดียวกัน **ทำไมต้องเป็นภาพยนตร์เรื่องนี้** ตามปกติสมาคมฯ จัดการเรียนการสอนภาษาแต้จิ๋วและภาษาจีนกลางในห้องเรียนทุกวันเสาร์ แต่ครั้งนี้เราเลือกพาสมาชิกออกจากห้องเรียน ด้วยเหตุผลที่ตรงไปตรงมา — เพราะภาพยนตร์เรื่องนี้ทั้งเรื่อง **ดำเนินเรื่องด้วยภาษาแต้จิ๋ว** สำหรับผู้เรียน การได้ยินภาษาแต้จิ๋วจากปากของเจ้าของภาษาในบทสนทนาจริง ทั้งน้ำเสียง จังหวะ และคำเรียกขานภายในครอบครัว คือบทเรียนที่ตำราให้ไม่ได้ และสำหรับผู้สูงอายุหลายท่านที่มาร่วมงาน นี่คือภาษาที่ท่านได้ยินมาตั้งแต่เด็ก — ภาษาที่บางท่านไม่ได้ยินดังก้องในที่สาธารณะมานานหลายสิบปี **"โพยก๊วน" — จดหมายที่ผูกสองแผ่นดิน** สิ่งที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความหมายเป็นพิเศษต่อสมาคมฯ คือแกนของเรื่องที่เดินด้วย **"โพยก๊วน" (侨批)** — จดหมายที่ชาวจีนโพ้นทะเลส่งกลับบ้านเกิดพร้อมกับเงินที่หามาได้ด้วยหยาดเหงื่อ จดหมายเหล่านี้คือเส้นด้ายที่ผูกคนที่จากบ้านมาสร้างชีวิตใหม่ในสยามและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เข้ากับพ่อแม่ ภรรยา และลูกที่เฝ้ารออยู่อีกฟากหนึ่งของทะเล นี่ไม่ใช่เรื่องไกลตัว หากแต่เป็นประวัติศาสตร์ของครอบครัวสมาชิกสมาคมฯ เองแทบทุกคน บรรพบุรุษของคนไทยเชื้อสายจีนจำนวนมากเดินทางมาด้วยเรือสำเภา เริ่มต้นจากศูนย์ และส่งโพยก๊วนกลับบ้านทุกเดือนตลอดชีวิต ภาพยนตร์จึงไม่ได้เล่าเรื่องของใครอื่น แต่เล่าเรื่องของ "อากง อาม่า" ของพวกเราเอง **เสียงสะท้อนจากผู้ชม** ตลอดการฉาย บรรยากาศเต็มไปด้วยทั้งเสียงหัวเราะและน้ำตา หลายท่านบอกว่าได้ยินสำเนียงของอาม่าตัวเองในบทสนทนา บางท่านนึกถึงจดหมายเก่าที่ยังเก็บไว้ในบ้าน ภาพยนตร์สะท้อนความผูกพัน ความรัก และคุณค่าของสถาบันครอบครัวได้อย่างลึกซึ้ง และส่งผู้ชมกลับบ้านด้วยรอยยิ้มและพลังใจ **เกี่ยวกับภาพยนตร์** "จดหมายรักถึงอาม่า" (《给阿嬷的情书》 · Dear You) กำกับโดย หลานหงชุน (蓝鸿春) ผู้กำกับที่ทุ่มเทกับการเล่าเรื่องวัฒนธรรมแต้จิ๋วมากว่าสิบปี ใช้นักแสดงที่ไม่ใช่มืออาชีพเป็นส่วนใหญ่ และมีนักแสดงไทยร่วมด้วย ภาพยนตร์เข้าฉายในจีนเมื่อปลายเดือนเมษายน 2569 ได้รับการตอบรับเกินความคาดหมายจนกลายเป็นปรากฏการณ์ของภาพยนตร์ภาษาถิ่น ก่อนเข้าฉายในประเทศไทยเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 **สมาคมฯ ขอเชิญชวนทุกท่าน** สมาคมฯ ขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนและผู้สนใจทุกท่าน ไปร่วมสัมผัสความอบอุ่นนี้ด้วยกัน หากท่านมีอากงอาม่าที่ยังอยู่ ขอเชิญชวนให้พาท่านไปดูด้วยกัน และหากท่านไม่มีแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้อาจพาท่านกลับไปหาท่านได้อีกครั้งหนึ่ง การเรียนการสอนภาษาแต้จิ๋วและภาษาจีนกลางของสมาคมฯ ยังคงเปิดตามปกติทุกวันเสาร์ ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่สมาคมฯ
10 สิงหาคม 2569📄 บทความทั่วไปสมาคมวัฒนธรรมแต้จิ๋วและภาษา (ประเทศไทย) ได้รับเกียรติจากคุณชัยยุทธ กิจแต่ง (文锡伟) เลขานุการฝ่ายภาษาจีน สมาคมเหยี่ยวเพ้งแห่งประเทศไทย และที่ปรึกษาชมรมเครื่องมือเครื่องเหล็กแห่งประเทศไทย เดินทางมามอบหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมจีนให้แก่สมาคมฯ อาจารย์พัดชา ตั้งศิริบุญญา (陈乙醇) นายกสมาคมฯ กล่าวขอบคุณและรับมอบหนังสืออันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมชุดนี้ไว้เก็บรักษา ณ สมาคมฯ พร้อมมอบของที่ระลึกแก่คุณชัยยุทธเพื่อแสดงความขอบคุณ ในโอกาสนี้ คุณชัยยุทธยังได้ร่วมพูดคุยและเล่าประสบการณ์การร่วมถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง "จดหมายรักถึงอาม่า" อย่างเป็นกันเอง บรรยากาศเต็มไปด้วยมิตรภาพ สมาคมฯ ขอขอบพระคุณในไมตรีจิตและความอุปการะมา ณ โอกาสนี้
3 สิงหาคม 2569📄 บทความทั่วไปเมื่อวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569 คุณเฉิน ซิน จื๋อ (陈鑫哲) นายกสมาคมเหยี่ยวเพ้งแห่งประเทศไทย ให้เกียรติเดินทางมาเยี่ยมเยือนสมาคมวัฒนธรรมแต้จิ๋วและภาษา (ประเทศไทย) โดยมีอาจารย์พัดชา ตั้งศิริบุญญา (陈乙醇) นายกสมาคมฯ พร้อมด้วยคุณณฐพัชร์ ภาวสุกุล (周锦昇) อุปนายก และคุณเฉิน โจวปิน (陈周彬) อุปนายก ร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ในโอกาสนี้ อาจารย์พัดชาได้เรียนเชิญคุณเฉิน ซิน จื๋อ ดำรงตำแหน่งนายกกิตติมศักดิ์ (名誉会长) ของสมาคมฯ ซึ่งท่านได้ให้เกียรติตอบรับด้วยความยินดี ทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด โดยท่านได้ให้คำแนะนำอันทรงคุณค่าต่อแนวทางการดำเนินงานและการพัฒนากิจการของสมาคมฯ ก่อนเดินทางกลับ ท่านได้เยี่ยมชมอาคารสำนักงานสมาคมฯ และถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก สมาคมฯ ขอขอบพระคุณในไมตรีจิตมา ณ โอกาสนี้ ทั้งนี้ พิธีมอบใบแต่งตั้งนายกกิตติมศักดิ์จะจัดขึ้นในพิธีเปิดป้ายสมาคมอย่างเป็นทางการ วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2569
24 กรกฎาคม 2569📄 บทความทั่วไปเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 น. คุณก้องภพ สิมะพิเชฐ (沈健兴) กรรมการผู้จัดการ Chinese Global ผู้จัดการประกวด Miss Chinese Global Thailand ชาวไทยเชื้อสายจีนรุ่นที่ 3 พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและสาวงามจากเวทีฯ ได้แก่ คุณอภิญญา กาวมณี (张敏讷) ผู้ครองตำแหน่ง Miss Culture และคุณอิงฟ้า จึงชัยชนะ (庄明珠) ซึ่งทั้งสองเป็นลูกหลานไทยเชื้อสายจีนรุ่นที่ 4 เข้าเยี่ยมคารวะอาจารย์พัดชา ตั้งศิริบุญญา (เหล่าซือจินนี่ 陈乙醇) นายกสมาคมวัฒนธรรมแต้จิ๋วและภาษา (ประเทศไทย) ณ ที่ทำการสมาคม ถนนเจริญราษฎร์ เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร โดยมีนายกสมาคมฯ พร้อมด้วยอุปนายก คุณณฐพัชร์ ภาวสุกุล (周锦昇) และอุปนายก คุณเฉิน โจวปิน (陈周彬) ร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น นำคณะเยี่ยมชมที่ทำการสมาคมและมุมจัดแสดงวัฒนธรรมแต้จิ๋ว พร้อมบันทึกภาพร่วมกัน ณ บริเวณหน้าตราสัญลักษณ์ของสมาคม ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือในการส่งเสริมวัฒนธรรมจีนในหมู่เยาวชนไทยเชื้อสายจีน โดยเฉพาะการเชื่อมโยงเวทีประกวดเข้ากับกิจกรรมด้านวัฒนธรรมและภาษาของสมาคมฯ ซึ่งคาดว่าจะได้ร่วมงานกันในหลายโครงการภายในปีนี้ ในโอกาสนี้ ทางเวทีฯ ยังได้เรียนเชิญนายกสมาคมฯ ดำรงตำแหน่งกรรมการกิตติมศักดิ์ของการประกวดอีกด้วย ภาพของผู้จัดเวทีรุ่นที่ 3 และสาวงามรุ่นที่ 4 ที่ยังคงภาคภูมิใจในรากเหง้าของบรรพบุรุษ สอดคล้องกับพันธกิจของสมาคมฯ ที่มุ่งส่งต่อวัฒนธรรมและภาษาแต้จิ๋วจากรุ่นสู่รุ่น สมาคมฯ ขอขอบคุณคณะ Miss Chinese Global Thailand ที่ให้เกียรติมาเยือน และยินดีสนับสนุนทุกเวทีที่ร่วมกันทำให้วัฒนธรรมจีนงอกงามในสังคมไทยสืบไป
24 กรกฎาคม 2569📄 บทความทั่วไปเมื่อวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 คณะทำงานจากซีรีส์ "น้องเอ๋ย พี่เอ่ย ขอข้าวของแกง" บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด นำโดยคุณกิตติศักดิ์ (ฟิวส์) ผู้กำกับ เข้าเยี่ยมชมและปรึกษาหารือกับสมาคมวัฒนธรรมแต้จิ๋วและภาษา (ประเทศไทย) ในประเด็นธรรมเนียมการแต่งงานแบบจีนและการใช้ภาษาแต้จิ๋วให้ถูกต้องตามแบบแผน เพื่อประกอบการถ่ายทำซีรีส์ซึ่งจะออกอากาศทาง True Visions NOW ในโอกาสนี้ อาจารย์พัดชา ตั้งศิริบุญญา นายกสมาคมฯ พร้อมด้วยอุปนายกเฉิน โจวปิน (บิน) ได้ให้การต้อนรับคณะผู้มาเยือนอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง พร้อมทั้งอธิบายรายละเอียดขนบธรรมเนียมพิธีวิวาห์ของชาวแต้จิ๋ว ตลอดจนถ้อยคำและสำเนียงภาษาแต้จิ๋วที่ใช้ในบริบทต่าง ๆ เพื่อให้การนำเสนอผ่านสื่อบันเทิงมีความถูกต้องและสมจริงตามวัฒนธรรมดั้งเดิม ซีรีส์ดังกล่าวมีเนื้อหาย้อนไปในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ปี พ.ศ. 2425 บอกเล่าเรื่องราวของ "ผกาย" อดีตบุตรสาวขุนนางที่ชีวิตผันผวนจนต้องมาเป็นหลานสาวแม่ค้าข้าวแกงย่านสำเพ็ง กระทั่งได้พบกับ "เสี่ยอรุณ" อาเสี่ยโพยก๊วนและหลานเจ้าสัวโรงสี ผู้แวะเวียนมาที่ร้านข้าวแกงมิได้ขาด ก่อนจะสู่ขอเธอเป็นภรรยาเอก ท่ามกลางฉากหลังของปัญหาแรงงานจีนอพยพในยุคสมัยนั้น โดยความรักและความผูกพันของทั้งคู่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นตามลำดับ ก่อนเดินทางกลับ อาจารย์พัดชา ตั้งศิริบุญญา ได้มอบหนังสือเรียนฉบับไทย-แต้จิ๋ว ซึ่งท่านเป็นผู้เรียบเรียงขึ้นด้วยตนเอง ให้แก่คณะทำงานถ่ายทำไว้เป็นที่ระลึก เพื่อใช้เป็นคู่มืออ้างอิงด้านภาษาแต้จิ๋วในการทำงานต่อไป การมาเยือนครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวหนึ่งของความร่วมมือระหว่างสมาคมฯ กับวงการสื่อบันเทิงไทย ในการเผยแพร่วัฒนธรรมและภาษาแต้จิ๋วสู่สาธารณชนในวงกว้าง อันสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของสมาคมฯ ที่มุ่งสืบสานและส่งต่อมรดกทางวัฒนธรรมของชาวไทยเชื้อสายจีนแต้จิ๋วให้คงอยู่สืบไป
23 กรกฎาคม 2569📄 บทความทั่วไปสมาคมวัฒนธรรมแต้จิ๋วและภาษา (ประเทศไทย) ขอร่วมแสดงความยินดีในโอกาสที่ภาพยนตร์ "Dear You จดหมายรักถึงอาม่า" (给阿嬷的情书) ภาพยนตร์จีนที่ครองใจผู้ชมมาแล้วกว่า 41 ล้านคนทั่วเอเชีย เดินทางมาถึงประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในงานรอบปฐมทัศน์ "BYD and CP GROUP Present DEAR YOU Thailand Premiere – A Letter of Love Connecting Thailand and China" เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ณ โรงภาพยนตร์ One Ultra Screens ชั้น 5 โซน Parade ศูนย์การค้า One Bangkok ในโอกาสอันสำคัญนี้ อาจารย์พัดชา ตั้งศิริบุญญา (陈乙醇老师) นายกสมาคมวัฒนธรรมแต้จิ๋วและภาษา (ประเทศไทย) ได้เดินทางเข้าร่วมชมภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์ด้วย นับเป็นความภาคภูมิใจของสมาคมฯ ที่ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการเดินทางของภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดหัวใจของวัฒนธรรมแต้จิ๋วมาสู่ผู้ชมชาวไทย ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทอดเรื่องราวของจดหมายรักที่เดินทางข้ามกาลเวลา ผ่าน "โพยก๊วน" จดหมายที่ชาวจีนโพ้นทะเลใช้ติดต่อส่งความคิดถึงและเงินทองกลับไปยังครอบครัวในบ้านเกิด อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ผูกพันลึกซึ้งกับประวัติศาสตร์ของชาวแต้จิ๋วโพ้นทะเลและครอบครัวไทยเชื้อสายจีนมาหลายชั่วอายุคน เรื่องราวอันเรียบง่ายแต่จริงใจนี้ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นพบความทรงจำ ความรัก และสายใยของผู้คนหลายรุ่น งานรอบปฐมทัศน์จัดโดยสหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล, Black Dragon Entertainment และ T+66 โดยมี BYD เป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการในประเทศไทย และ CP GROUP เป็นพันธมิตรเชิงมรดกในการสืบสานคุณค่าครอบครัว ภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณอู๋ จื้ออู่ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตจีนประจำราชอาณาจักรไทย กล่าวสุนทรพจน์เปิดงาน และ คุณซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกล่าวต้อนรับ พร้อมด้วยผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคมต่าง ๆ ศิลปิน และสื่อมวลชนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง สะท้อนถึงพลังของภาพยนตร์ในฐานะสื่อกลางเชื่อมโยงผู้คน วัฒนธรรม และมิตรภาพระหว่างไทย-จีน สมาคมฯ เห็นว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มีคุณค่าอย่างยิ่งต่อการสืบสานภาษาและวัฒนธรรมแต้จิ๋ว โดยเฉพาะการเข้าฉายใน ระบบเสียงแต้จิ๋ว ซึ่งเป็นโอกาสอันหาได้ยากที่ลูกหลานชาวไทยเชื้อสายจีนจะได้ฟังภาษาของบรรพบุรุษบนจอภาพยนตร์ จึงขอเชิญชวนสมาชิกและประชาชนทั่วไป ชวนอากง อาม่า พ่อแม่ ลูกหลาน ไปร่วมสัมผัสความทรงจำร่วมกันทั้งครอบครัว "Dear You จดหมายรักถึงอาม่า" เข้าฉายอย่างเป็นทางการ 6 สิงหาคม 2569 ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ทั้งในระบบเสียงแต้จิ๋ว (ซับไทยและจีน), เสียงแต้จิ๋ว (ซับไทยและอังกฤษ) และเสียงไทย (ซับอังกฤษ) ข้อมูลและภาพ: ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สหมงคลฟิล์ม
23 กรกฎาคม 2569📄 บทความทั่วไปเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 บริษัท Moonshot AI (月之暗面) สตาร์ทอัพปัญญาประดิษฐ์จากกรุงปักกิ่ง ได้เปิดตัวโมเดล AI รุ่นใหม่ “Kimi K3” ซึ่งมีขนาด 2.8 ล้านล้านพารามิเตอร์ นับเป็นโมเดลแบบเปิด (open-weight) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีขีดความสามารถทัดเทียมกับโมเดลชั้นนำจากสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะเป็น ChatGPT ของ OpenAI, Claude ของ Anthropic หรือ Gemini ของ Google สิ่งที่ชาวแต้จิ๋วทั่วโลกภาคภูมิใจเป็นพิเศษ คือผู้ก่อตั้งและซีอีโอของบริษัท ดร.หยาง จื๋อหลิน (杨植麟) เป็นลูกหลานแต้จิ๋วโดยกำเนิด เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2535 ที่เมืองซัวเถา (汕头) มณฑลกวางตุ้ง ดินแดนหัวใจของวัฒนธรรมแต้จิ๋ว เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยชิงหัว และปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน สหรัฐอเมริกา ก่อนกลับมาก่อตั้ง Moonshot AI ในปี พ.ศ. 2566 ทั้งนี้ สื่อหลายสำนักรายงานว่าครอบครัวของเขามีรากเหง้าอยู่ที่อำเภอเถ่งไฮ้ (澄海) เมืองซัวเถา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของชาวไทยเชื้อสายแต้จิ๋วจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ด้วยความเป็นส่วนตัวของครอบครัว จึงไม่ปรากฏข้อมูลเกี่ยวกับบิดามารดาของเขาต่อสาธารณะ ตามข้อมูลที่บริษัทเปิดเผย Kimi K3 ทำผลงานในการทดสอบมาตรฐาน (benchmark) ด้านการเขียนโปรแกรมและงานเอเจนต์ได้เหนือกว่าโมเดลระดับรองของค่ายตะวันตกหลายรุ่น และตามหลังเพียงโมเดลเรือธงรุ่นล่าสุดของ Anthropic และ OpenAI เท่านั้น ขณะที่มีค่าใช้จ่ายในการใช้งานต่ำกว่าคู่แข่งจากสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ ปัจจุบัน Moonshot AI ได้รับการประเมินมูลค่ากิจการมากกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ Kimi K3 เจ๋งแค่ไหน? ทำไมวัยรุ่นทั่วโลกถึงพูดถึง สำหรับคนรุ่นใหม่ที่อยากลองของจริง Kimi K3 ไม่ใช่แค่แชตบอตตอบคำถามธรรมดา แต่เป็น AI สายทำงานตัวจริงที่มีลูกเล่นน่าตื่นเต้น: • อ่านจุใจ 1 ล้านโทเคน — หน้าต่างบริบท (context window) ขนาด 1 ล้านโทเคน อ่านนิยายทั้งเล่ม เอกสารเป็นร้อยหน้า หรือโค้ดทั้งโปรเจกต์ได้ในการสนทนาเดียว • สร้างเกม 3D จากประโยคเดียว — พิมพ์ไอเดียเกมเข้าไปหนึ่งพรอมต์ ระบบสามารถสร้างโลก ตัวละคร ด่าน และระบบต่อสู้ให้เองได้ • ทำสไลด์พรีเซนต์อัตโนมัติ — อัปโหลดภาพอ้างอิงสไตล์ที่ชอบ แล้วให้ AI ออกแบบงานนำเสนอตามสไตล์นั้นได้ในคลิกเดียว • โหมดคิดลึก (Thinking Mode) — เปิดการใช้เหตุผลแบบหลายขั้นตอนตลอดเวลา เหมาะกับโจทย์ยากๆ ทั้งคณิตศาสตร์ โค้ดดิ้ง และงานวิจัย • Agent Mode และ Agent Swarm — สั่งงานซับซ้อนหลายขั้นตอนแล้วปล่อยให้ AI วางแผนและทำจนจบเองได้ ที่สำคัญคือทุกคนลองใช้ได้ฟรีผ่านแอป Kimi (iOS/Android) หรือเว็บ kimi.com ภายใต้โควตาการใช้งานของบัญชีฟรี และบริษัทประกาศว่าจะเปิดน้ำหนักโมเดล (open weights) ให้ดาวน์โหลดภายในวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ตอกย้ำจุดยืนสาย open source ที่ต่างจาก ChatGPT และ Gemini ซึ่งเป็นระบบปิด ความสำเร็จของ ดร.หยาง จื๋อหลิน สะท้อนคุณลักษณะเด่นของชาวแต้จิ๋วที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ทั้งความมุมานะ ความกล้าบุกเบิก และวิสัยทัศน์กว้างไกล จากอดีตที่บรรพชนแต้จิ๋วลงเรือสำเภาออกไปสร้างเนื้อสร้างตัวทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มาสู่ยุคปัจจุบันที่ลูกหลานแต้จิ๋วรุ่นใหม่กำลังบุกเบิกพรมแดนแห่งเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ระดับโลก นับเป็น “เถ้าแก่ยุคดิจิทัล” ที่เขียนบทใหม่ให้ตำนานความสำเร็จของชาวแต้จิ๋วอย่างแท้จริง ภาพ: Moonshot AI
17 กรกฎาคม 2569📄 บทความทั่วไปเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เวลา 14.00 น. คุณพัดชา ตั้งศิริบุญญา (陈乙醇) นายกสมาคมวัฒนธรรมแต้จิ๋วและภาษา (ประเทศไทย) พร้อมด้วยคณะอุปนายกสมาคมฯ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมคารวะสมาคมเท่งไฮ้แห่งประเทศไทย (泰国澄海同乡会) โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากคุณปรีชา ประเสริฐถาวร (陈文强) นายกสมาคมเท่งไฮ้แห่งประเทศไทย พร้อมคณะกรรมการสมาคมฯ การเยี่ยมเยือนครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการรายงานตัวต่อสมาคมเท่งไฮ้แห่งประเทศไทย ถึงการจัดตั้งสมาคมวัฒนธรรมแต้จิ๋วและภาษา (ประเทศไทย) พร้อมทั้งแนะนำคณะผู้บริหารของแต่ละฝ่าย เพื่อทำให้สมาคมใหม่อย่างสมาคมวัฒนธรรมแต้จิ๋วและภาษา (ประเทศไทย) ได้เรียนรู้ พร้อมนำคำแนะนำดีๆ ของสมาคมเท่งไฮ้แห่งประเทศไทยมาปรับใช้และพัฒนาต่อไป ในการพบปะ คุณปรีชา ประเสริฐถาวร (陈文强) ได้กล่าวสนับสนุนความร่วมมือด้านวัฒนธรรมและภาษา ตลอดจนการส่งเสริมหน้าที่การงานและธุรกิจในยุคสมัยใหม่ ด้วยบรรยากาศอันเป็นกันเองฉัน "กากี่นั้ง" (家己人 — คนกันเอง) ทั้งนี้ ท่านเป็นผู้มีวิสัยทัศน์อันทันสมัยแบบคนรุ่นใหม่ ผสานกับประสบการณ์อันดีงามที่สืบทอดจากคนรุ่นก่อน ทำให้คณะกรรมการที่เข้าพบได้รับคำแนะนำอันทรงคุณค่า เพื่อนำไปปรับใช้ในการพัฒนางานของสมาคมฯ ต่อไป ในโอกาสนี้ คุณพัดชา ตั้งศิริบุญญา นายกสมาคมฯ ได้เรียนเชิญคุณปรีชา ประเสริฐถาวร และคณะกรรมการสมาคมเท่งไฮ้แห่งประเทศไทย ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดตัวสมาคมฯ อย่างเป็นทางการ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ด้วย สำหรับคณะผู้ให้การต้อนรับจากสมาคมเท่งไฮ้แห่งประเทศไทยในครั้งนี้ ประกอบด้วย คุณปรีชา ประเสริฐถาวร (陈文强) นายกสมาคม คุณสง่า ไชยจรูญโชติ (蔡蔚生) นายกกิตติมศักดิ์ พร้อมด้วยคณะอุปนายก ได้แก่ คุณอธิวัฒน์ นพนิธิเขมวงศ์ (林兆祥) คุณนราพล โพธิ์สุวัฒนากุล (许景杓) คุณมณีรัตน์ เหลืองโชค (黄玩君) คุณชาญชัย ชาญธนาไพบูลย์ (蔡德钊) คุณไพบูลย์ นรากรไพจิตร์ (蔡衍孝) ตลอดจนคุณประวิทย์ กาญจนาปิ่นโชติ (郑书光) กรรมการฝ่ายตรวจบัญชี และคุณอู๋ ลิ่งชิว (吴令秋) ผู้จัดการสมาคม (总干事) การเยี่ยมคารวะครั้งนี้เป็นไปด้วยบรรยากาศแห่งมิตรภาพฉันพี่น้องชาวแต้จิ๋ว โดยในช่วงท้าย คณะของทั้งสองสมาคมได้ร่วมบันทึกภาพหมู่เป็นที่ระลึกร่วมกัน นับเป็นก้าวสำคัญในการสานสัมพันธ์ระหว่างสองสมาคม เพื่อร่วมกันสืบสานวัฒนธรรมและส่งเสริมกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีนสืบไป สมาคมฯ ขอขอบพระคุณสมาคมเท่งไฮ้แห่งประเทศไทยสำหรับการต้อนรับอันอบอุ่นมา ณ โอกาสนี้
17 กรกฎาคม 2569📄 บทความทั่วไปสมาคมวัฒนธรรมแต้จิ๋วและภาษา (ประเทศไทย) ขอเปิดซีรีส์บทความชุดใหม่ "ย่านกากี่นั้ง" พาผู้อ่านตามรอยชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีนในย่านต่างๆ ทั่วประเทศ และไม่มีที่ใดเหมาะจะเป็นตอนแรกไปกว่า "ย่านบ้านของเราเอง" — ตรอกจันทน์ วัดดอน และเจริญราษฎร์ ในเขตสาทร–บางคอแหลม ถิ่นฐานเก่าแก่ของพี่น้องชาวแต้จิ๋วริมพระนคร ซึ่งเป็นที่ตั้งของที่ทำการสมาคมฯ ในปัจจุบัน ย้อนกลับไปในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อการค้าขายกับต่างชาติขยายตัว ชาวจีนโพ้นทะเลโดยเฉพาะชาวแต้จิ๋วและกวางตุ้ง ได้ขยับขยายถิ่นฐานจากย่านเยาวราชและบางรัก ลัดเลาะตามแนวถนนเจริญกรุงลงมาทางทิศใต้ มาปักหลักทำมาหากินในแถบตรอกจันทน์ ซึ่งในอดีตเป็นเพียงตรอกเล็กๆ คดเคี้ยว — คนเก่าแก่ในย่านยังเรียกขานกันติดปากว่า "กิ่งจันทน์" — ก่อนจะได้รับการตัดขยายเป็น "ถนนจันทน์" ในเวลาต่อมา ย่านนี้จึงค่อยๆ เติบโตเป็นชุมชนที่มีทั้งวัดไทย วัดจีน ศาลเจ้า โรงเรียน สมาคมจีน และสุสานจีน อยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน ท่ามกลางเพื่อนบ้านหลากเชื้อสายทั้งไทย จีน มลายู และทวาย อันเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของเขตบางคอแหลม–สาทร หมุดหมายสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของย่านคือ "สุสานแต้จิ๋ว" หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า "ป่าช้าวัดดอน" บนถนนจันทน์ แขวงทุ่งวัดดอน ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2442 ในปลายรัชกาลที่ 5 ด้วยพลังศรัทธาของคหบดีและพี่น้องชาวแต้จิ๋วที่ร่วมกันบริจาคทรัพย์ซื้อที่ดินรวม 4 ครั้ง เป็นเงิน 33,500 บาทในสมัยนั้น ได้เนื้อที่ราว 120 ไร่ นับเป็นสุสานจีนสาธารณะขนาดใหญ่ที่สุดในเขตชั้นในของกรุงเทพฯ สะท้อนธรรมเนียม "กากี่นั้ง" อย่างแท้จริง — คนแต้จิ๋วร่วมแรงร่วมใจสร้างที่พำนักสุดท้ายให้แก่พี่น้องร่วมแซ่ร่วมถิ่นที่จากบ้านเกิดมาไกล โดยไม่ทอดทิ้งกันแม้ในวาระสุดท้ายของชีวิต และในย่านวัดดอนแห่งนี้เอง ยังเป็นที่ตั้งของโรงเรียนโกศลวิทยา (泰京普智学校) ซึ่งในอดีตเป็นโรงเรียนจีนขนาดใหญ่ประจำย่าน ที่ลูกหลานชาวจีนแถบนี้ได้ร่ำเรียนทั้งวิชาสามัญและภาษาของบรรพบุรุษ — และเป็นโรงเรียนประถมของผู้เขียนเองด้วย ความทรงจำวัยเยาว์ในรั้วโรงเรียนจีนแห่งนี้ คือส่วนหนึ่งที่หล่อหลอมความผูกพันต่อภาษาและวัฒนธรรมแต้จิ๋วมาจนทุกวันนี้ เกร็ดน่ารู้อีกข้อ: โรงเรียนแห่งนี้ยังเคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง给阿嬷的情书"Dear You" อีกด้วย กาลเวลาผ่านไปกว่าศตวรรษ พื้นที่แห่งนี้ได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่เมื่อ พ.ศ. 2539 กลายเป็น "สวนสุขภาพสมาคมแต้จิ๋ว" สวนสาธารณะร่มรื่นใจกลางเมืองที่เปิดให้ประชาชนเข้าออกกำลังกายทุกวัน ภาพผู้คนวิ่งออกกำลังกายท่ามกลางฮวงซุ้ยเก่าแก่ กลายเป็นภาพความทรงจำร่วมอันมีเอกลักษณ์ของย่าน — อดีตและปัจจุบันอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบงดงาม นอกจากนี้ ถนนจันทน์ยังเป็นที่ตั้งของสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย (泰国潮州会馆) ศูนย์รวมอันทรงเกียรติของชาวแต้จิ๋วในประเทศไทย ซึ่งสมาคมฯ ของเราเพิ่งได้รับเกียรติเข้าเยี่ยมคารวะเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาอีกด้วย ปัจจุบัน แม้ตึกสูงและคอนโดมิเนียมจะผุดขึ้นรายล้อมตามความเจริญของเมือง แต่จิตวิญญาณแต้จิ๋วของย่านยังคงเต้นอยู่ — ร้านค้าเก่าแก่ของครอบครัวเชื้อสายจีนยังเปิดขายจากรุ่นสู่รุ่น ศาลเจ้ายังหอมควันธูปในวันไหว้ ส่วนถนนเจริญราษฎร์ที่ตั้งของสมาคมฯ นั้น แท้จริงเป็นถนนที่ตัดขึ้นใหม่ภายหลัง ซึ่งชาวย่านยังคงเรียกกันติดปากมาจนทุกวันนี้ว่า "ถนนตัดใหม่" การที่สมาคมวัฒนธรรมแต้จิ๋วและภาษา (ประเทศไทย) เลือกตั้งที่ทำการบน "ถนนตัดใหม่" กลางย่านประวัติศาสตร์แห่งนี้ ก็เปรียบเสมือนถนนสายใหม่ที่มาต่อลมหายใจให้ถิ่นเก่า — จุดตะเกียงดวงใหม่ให้ภาษาและวัฒนธรรมแต้จิ๋วส่องสว่างในถิ่นเดิมของบรรพบุรุษอีกครั้ง ทุกวันเสาร์ เสียงเรียนภาษาแต้จิ๋วจากห้องเรียนของสมาคมฯ ได้ดังขึ้นในย่านที่อากงอาม่าเคยใช้ภาษานี้ค้าขายเมื่อร้อยกว่าปีก่อน 🗣️ เกร็ดแต้จิ๋วประจำย่าน: 家己人 (กากี่นั้ง) — "คนกันเอง" หัวใจของย่านนี้ที่คนแต้จิ๋วลงขันสร้างสุสานให้พี่น้องร่วมถิ่น 义山— สุสานสาธารณะที่ชุมชนจีนโพ้นทะเลร่วมลงขันสร้าง 厝边 (ฉู่ปอี) — "เพื่อนบ้าน" คำอบอุ่นที่เข้ากับย่านพหุวัฒนธรรมแห่งนี้ 🚶 ชวนไปเดิน: ลง BTS สุรศักดิ์ → วินเข้าถนนจันทน์ → สวนสุขภาพสมาคมแต้จิ๋ว (04.00–20.00 น.) → เดินชมย่านวัดดอน–กิ่งจันทน์ → ปิดท้ายที่สมาคมวัฒนธรรมแต้จิ๋วและภาษา (ประเทศไทย) ถนนเจริญราษฎร์ — มาวันเสาร์บ่าย แวะฟังคลาสภาษาแต้จิ๋วได้เลย ✍️ เรื่อง: ตี๋เป็ด · 📚 เรียบเรียงจาก: วิกิพีเดีย (สุสานแต้จิ๋ว/ถนนจันทน์) · ศิลปวัฒนธรรม · Sarakadee Lite · The Standard
17 กรกฎาคม 2569📄 บทความทั่วไปเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 09.30 น. คุณพัดชา ตั้งศิริบุญญา (陈乙醇) นายกสมาคมวัฒนธรรมแต้จิ๋วและภาษา (ประเทศไทย) พร้อมด้วยคณะอุปนายกและกรรมการสมาคมฯ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมคารวะสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย (泰国潮州会馆) โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากคุณสมชาย เวชากร (陈运金) นายกสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยคณะอุปนายกและกรรมการสมาคมฯ การเยี่ยมเยือนครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการรายงานตัวต่อสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย ถึงการจัดตั้งสมาคมวัฒนธรรมแต้จิ๋วและภาษา (ประเทศไทย) พร้อมทั้งแนะนำคณะผู้บริหารของแต่ละฝ่าย เพื่อทำให้สมาคมใหม่อย่างสมาคมวัฒนธรรมแต้จิ๋วและภาษา (ประเทศไทย) ได้เรียนรู้ พร้อมนำคำแนะนำดีๆ ของสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทยมาปรับใช้และพัฒนาต่อไป ในการพบปะ คุณสมชาย เวชากร (陈运金) ได้กล่าวฝากถึงคนรุ่นใหม่ที่มีใจรักในภาษาแต้จิ๋ว ขอให้ร่วมแรงร่วมใจกันรักษาวัฒนธรรมและภาษาแต้จิ๋วให้คงอยู่และสืบทอดต่อไป ซึ่งนับเป็นกำลังใจอันล้ำค่าต่อพันธกิจของสมาคมฯ ทั้งนี้ สมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทยเป็นองค์กรหลักอันทรงเกียรติของชาวไทยเชื้อสายแต้จิ๋วที่มีประวัติยาวนาน การได้เข้าเยี่ยมคารวะในครั้งนี้จึงนับเป็นเกียรติอย่างยิ่งของสมาคมฯ และเป็นก้าวสำคัญในการผนึกกำลังร่วมกันสืบสานภาษา วัฒนธรรม และประเพณีอันดีงามของชาวแต้จิ๋วในประเทศไทยให้เจริญรุ่งเรืองสืบไป ในช่วงท้าย ทั้งสองสมาคมได้มอบของที่ระลึกแลกเปลี่ยนระหว่างกัน พร้อมร่วมบันทึกภาพหมู่เป็นที่ระลึกด้วยบรรยากาศแห่งมิตรภาพฉันพี่น้องชาวแต้จิ๋ว สมาคมฯ ขอขอบพระคุณสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทยสำหรับการต้อนรับอันอบอุ่นมา ณ โอกาสนี้
15 กรกฎาคม 2569🏛️ ข่าวสารสมาคมเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 คณะรายการ "จับจ้องมองจีน" (Watching China) ได้เดินทางมาเยี่ยมชมสมาคมวัฒนธรรมแต้จิ๋วและภาษา (ประเทศไทย) พร้อมถ่ายทำรายการและสัมภาษณ์พิเศษคุณพัดชา ตั้งศิริบุญญา (陈乙醇) นายกสมาคมฯ หรือ "เหล่าซือจินนี่" โดยมีคุณเฉิน โจวปิน (陈周彬) อุปนายกสมาคมฯ ร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น "จับจ้องมองจีน" เป็นรายการสารคดีวิเคราะห์เจาะลึก เกาะติดสถานการณ์และความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจทั้งในประเทศจีนและความสัมพันธ์ไทย-จีน ผลิตโดยเนชั่นทีวี ช่อง 22 (Nation TV) ร่วมกับกลุ่มมีเดียจีน (China Media Group: CMG) ดำเนินรายการโดยคุณพลอย-ปิยวรรณ ประเมษฐะวนิช (林恋茹) พิธีกรชาวไทยเชื้อสายจีนรุ่นที่ 4 ร่วมกับคุณชิบ จิตนิยม การสัมภาษณ์ครั้งนี้ว่าด้วยภาพยนตร์เรื่อง "จดหมายรักถึงอาม่า" (给阿嬷的情书) ภาพยนตร์ภาษาแต้จิ๋วที่กำลังสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ในประเทศจีน ทั้งด้านรายได้และเสียงชื่นชมจากผู้ชม โดยนายกสมาคมฯ ได้ร่วมพูดคุยในหลากหลายประเด็น ตั้งแต่เหตุผลที่ภาพยนตร์เข้าถึงหัวใจผู้คน ประวัติศาสตร์การอพยพของชาวแต้จิ๋วโพ้นทะเลสู่สยาม ความสำคัญของ "เฉียวพี" จดหมายพร้อมเงินที่เชื่อมสองแผ่นดิน วัฒนธรรม "กากี่นั้ง" อันเป็นหัวใจของคำว่า "จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน" ตลอดจนบทเรียนอันมีค่าที่คนรุ่นใหม่จะได้รับจากภาพยนตร์ ทั้งในมิติของครอบครัว รากเหง้า และความเป็นไทยเชื้อสายจีน ทั้งนี้ ภาพยนตร์ "จดหมายรักถึงอาม่า" มีกำหนดเข้าฉายในประเทศไทยในวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569 นี้ สมาคมฯ ขอเชิญชวนทุกท่านชวนครอบครัวทั้งสามรุ่นไปร่วมรับชมเรื่องราวอันอบอุ่นของชาวแต้จิ๋วโพ้นทะเลด้วยกัน สมาคมฯ ขอขอบคุณคณะรายการ "จับจ้องมองจีน" ที่ให้เกียรติมาเยือนและร่วมถ่ายทอดเรื่องราวภาษาและวัฒนธรรมแต้จิ๋วสู่สาธารณชน ผู้สนใจสามารถติดตามรายการได้ทางเนชั่นทีวี ช่อง 22 ทุกวันเสาร์ เวลา 14.30 น. และทางเพจเฟซบุ๊ก "จับจ้องมองจีน Watching China"
14 กรกฎาคม 2569🏛️ ข่าวสารสมาคมเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เวลา 10.00 น. นายกสมาคมวัฒนธรรมแต้จิ๋วและภาษา (ประเทศไทย) คุณพัดชา ตั้งศิริบุญญา พร้อมด้วยคณะกรรมการสมาคมฯ ได้เข้าพบท่านที่ปรึกษา ซุน เยี่ยนเทา (孙彦涛参赞) และท่านกงสุล หลิว เส้าเจ๋อ (柳少泽领事) ณ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำราชอาณาจักรไทย โดยบรรยากาศการพบปะเป็นไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง ในโอกาสนี้ นายกสมาคมฯ ได้กล่าวแนะนำวัตถุประสงค์ในการก่อตั้งสมาคมฯ ต่อผู้แทนสถานเอกอัครราชทูต จากนั้นคณะกรรมการแต่ละท่านได้แนะนำตนเองตามลำดับ พร้อมร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างใกล้ชิด และขอรับคำชี้แนะแนวทางด้านภาษาและวัฒนธรรมจีนจากสถานเอกอัครราชทูต เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของสมาคมฯ ต่อไป ในการพบปะครั้งนี้ ท่านที่ปรึกษา ซุน เยี่ยนเทา ได้กล่าวว่า ชาวไทยเชื้อสายแต้จิ๋วมีจำนวนมากกว่ากึ่งหนึ่งของชาวไทยเชื้อสายจีนทั้งหมดในประเทศไทย และเป็นแบบอย่างอันดีงามเสมอมา พร้อมทั้งชื่นชมคณะกรรมการรุ่นใหม่ที่เปี่ยมด้วยพลัง ความมุ่งมั่น และความสามารถในการส่งเสริมวัฒนธรรมไทย-จีน โดยให้ข้อคิดว่าควรให้ความสำคัญกับหน้าที่การงานของตนเองเป็นอันดับต้นควบคู่กันไปด้วย นอกจากนี้ ท่านที่ปรึกษายังได้เน้นย้ำถึงบทบาทของสื่อของสมาคมฯ ที่ควรใช้พลังบวกในการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทย-จีน ยึดมั่นในจรรยาบรรณของสื่อทั้งบนช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ตลอดจนร่วมบอกเล่าเรื่องราวมิตรภาพไทย-จีนสู่สื่อภายนอกด้วยถ้อยคำที่สร้างสรรค์และเปี่ยมพลังบวก ทั้งนี้ ท่านได้ให้ความมั่นใจว่าสถานเอกอัครราชทูตจะให้การสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ของสมาคมฯ ในโอกาสต่อไป พร้อมย้ำว่าไทยและจีนเปรียบเสมือนพี่น้องในครอบครัวเดียวกัน ในตอนท้าย คณะสมาคมฯ ได้เรียนเชิญผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดตัวสมาคมฯ อย่างเป็นทางการ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2569 พร้อมกันนี้ นายกสมาคมฯ ได้กล่าวขอบคุณผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตที่กรุณาสละเวลาให้การต้อนรับ เนื่องในโอกาสการพบปะพูดคุยอันเป็นประโยชน์ในครั้งนี้ สำหรับคณะผู้แทนสมาคมฯ ที่ร่วมเข้าพบในครั้งนี้ ประกอบด้วยนายกสมาคมฯ คุณพัดชา ตั้งศิริบุญญา อุปนายกสมาคมฯ ได้แก่ คุณณฐพัชร์ ภาวสุกุล คุณอภิภู ตั้งศิริบุญญา คุณรมิตา ตั้งศิริบุญญา คุณวรุตม์ กุลประสูตร และคุณเฉิน โจวปิน พร้อมด้วยคุณภัณฑบดี วาทีรักษ์สกุล ผู้จัดการสมาคมฯ โดยในช่วงท้าย คณะสมาคมฯ และผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตได้ร่วมถ่ายภาพหมู่เป็นที่ระลึกร่วมกัน นับเป็นอีกก้าวสำคัญของสมาคมฯ ในการสานสัมพันธ์อันดีและส่งเสริมการเผยแพร่ภาษาและวัฒนธรรมจีนแต้จิ๋วในประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น 📷 ภาพ: บุษกร วงนภาไพศาล
12 กรกฎาคม 2569📄 บทความทั่วไป“หวั่งหลี” (Wanglee) เป็นหนึ่งในตระกูลคหบดีชาวไทยเชื้อสายจีนที่เก่าแก่และมีบทบาทสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์เศรษฐกิจของประเทศไทย โดยมีจุดเริ่มต้นและสายใยที่เชื่อมโยงกับ “เมืองซัวเถา” (Shantou หรือ Swatow) ในมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน อย่างลึกซึ้ง ความเชื่อมโยงที่สำคัญระหว่างตระกูลหวั่งหลีและเมืองซัวเถา มีดังนี้: 1. ถิ่นกำเนิดของบรรพบุรุษ ต้นตระกูลหวั่งหลีในประเทศไทยคือ นายตันฉื่อฮ้วง (Tan Chue Huang) ชาวจีนแต้จิ๋วจากหมู่บ้านโจ่ยโค่ย อำเภอเท่งไฮ่ (Chenghai) ในเขตเมืองซัวเถา ประเทศจีน ท่านเคยเดินทางมาค้าขายกับบิดาตั้งแต่ พ.ศ. 2401 ในสมัยรัชกาลที่ 4 ก่อนตัดสินใจตั้งรกรากในสยามเมื่อ พ.ศ. 2414 ในต้นรัชสมัยรัชกาลที่ 5 โดยนำข้าวไทยไปค้าขายและนำผ้าไหมแพรพรรณจากจีนกลับมาขายในไทย ท่านได้บุกเบิกธุรกิจค้าข้าวและกิจการโรงสีจนเจริญรุ่งเรือง วางรากฐานให้ทายาทรุ่นต่อมาขยายกิจการสู่การเดินเรือ การเงิน และการธนาคาร (ซึ่งพัฒนาเป็นธนาคารหวั่งหลีในเวลาต่อมา) 2. เส้นทางการค้า กรุงเทพฯ - ซัวเถา ในยุคที่ธุรกิจของตระกูลหวั่งหลีเฟื่องฟู ทางตระกูลได้ดำเนินธุรกิจเดินเรือขนส่งสินค้าและผู้โดยสารระหว่างประเทศ โดยมีเส้นทางเดินเรือหลักที่เชื่อมโยงระหว่าง กรุงเทพฯ - ซัวเถา - ฮ่องกง - สิงคโปร์ ซัวเถาจึงเป็นเมืองท่าศูนย์กลางที่สำคัญยิ่งในการนำเข้าสินค้าจากจีนสู่สยาม และส่งออกข้าวจากสยามกลับไปยังจีน ท่าเรือ “ฮวยจุ่งล้ง” (火船廊 แปลว่า ท่าเรือกลไฟ) สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2393 โดยพระยาพิศาลศุภผล (ชื่น) ต้นตระกูลพิศาลบุตร ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งคลองสาน ในอดีตคือท่าเรือกลไฟขนาดใหญ่ที่รับเรือสินค้าและเรือโดยสารจากเมืองซัวเถา และเป็นประตูบานแรกที่ชาวจีนแต้จิ๋วโพ้นทะเลจำนวนมากก้าวเท้าขึ้นสู่แผ่นดินสยาม ต่อมาใน พ.ศ. 2462 (ค.ศ. 1919 อันเป็นที่มาของชื่อ “ล้ง 1919”) นายตันลิบบ๊วย ทายาทรุ่นที่ 2 ของตระกูลหวั่งหลี ได้ซื้อท่าเรือแห่งนี้และใช้เป็นโกดังค้าข้าวและสำนักงานของตระกูล กระทั่งได้รับการบูรณะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ในชื่อ ล้ง 1919 ที่รู้จักกันในปัจจุบัน ปัจจุบัน ซัวเถายังคงเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์สำหรับชาวไทยเชื้อสายจีนแต้จิ๋วจำนวนมาก รวมถึงเป็นเมืองศูนย์กลางทางวัฒนธรรมแต้จิ๋วที่ลูกหลานชาวจีนในไทยมักจะเดินทางกลับไปเยี่ยมเยือนและตามรอยบรรพบุรุษ
11 กรกฎาคม 2569🏛️ ข่าวสารสมาคมเมื่อช่วงเช้าวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 นายกสมาคมวัฒนธรรมแต้จิ๋วและภาษา (ประเทศไทย)คุณ พัดชา ตั้งศิริบุญญา (陈乙醇) นำคณะผู้แทนสมาคมฯ เข้าเยี่ยมคารวะหอการค้าไทย-จีน โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประธานหอการค้าไทย-จีน คุณณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล (林楚钦) พร้อมด้วยรองประธาน คุณบุญยงค์ ยงเจริญรัฐ (李桂雄) และ คุณสมเกียรติ เหล่าทวีสุข (刘秉青) รองเลขาธิการ จ้าว ชุนเซิน (赵春森) ผู้อำนวยการฝ่ายวัฒนธรรมและการศึกษา สวี เว่ย์เหอ (徐位合) รองผู้อำนวยการฝ่ายวัฒนธรรมและการศึกษา เย่ เจียป๋อ (叶家博) และผู้อำนวยการบริหาร เว่ย ตงลี่ (魏东莉) ในการสนทนา นายกสมาคมฯ ได้กล่าวขอบคุณประธาน ณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล และคณะผู้บริหารหอการค้าไทย-จีนสำหรับการต้อนรับอันอบอุ่น พร้อมแจ้งว่าสมาคมฯ ได้จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อไม่นานมานี้ ด้วยความมุ่งหมายที่จะอนุรักษ์ ส่งเสริม และเผยแพร่ภาษาและวัฒนธรรมแต้จิ๋ว ตลอดจนวัฒนธรรมอันดีงามของจีน โดยสมาคมฯ จะทำหน้าที่เป็นเวทีแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม เพื่อให้สังคมไทยทุกภาคส่วนได้รู้จักวัฒนธรรมแต้จิ๋วอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น พร้อมทั้งบ่มเพาะคนรุ่นใหม่ให้สามารถใช้ภาษาแต้จิ๋วและภาษาจีนได้อย่างคล่องแคล่ว และปลูกฝังให้เยาวชนเชื้อสายจีนเข้าใจวัฒนธรรมแต้จิ๋วและจิตวิญญาณของชาวแต้จิ๋ว เพื่อสืบสานมรดกวัฒนธรรมนี้จากรุ่นสู่รุ่น ทั้งนี้ นายกสมาคมฯ ได้แสดงความหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากหอการค้าไทย-จีนในการพัฒนาสมาคมฯ ต่อไป ด้านประธานหอการค้าฯ ได้กล่าวต้อนรับคณะผู้แทนสมาคมฯ ด้วยความยินดี และแสดงความยินดีอย่างจริงใจต่อการก่อตั้งสมาคมฯ โดยกล่าวว่าชาวไทยเชื้อสายแต้จิ๋วเป็นผู้ที่รักชาติรักถิ่นและขยันหมั่นเพียร ได้สร้างคุณูปการสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย รวมถึงการกระชับความร่วมมือฉันมิตรระหว่างไทยกับจีน ท่านยังชี้ว่าวัฒนธรรมแต้จิ๋วมีประวัติศาสตร์ยาวนานและรากฐานลึกซึ้ง เป็นองค์ประกอบสำคัญของวัฒนธรรมอันดีงามของจีน และเป็นสะพานเชื่อมการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ พร้อมแสดงความหวังว่าสมาคมฯ จะทำหน้าที่เป็นเวทีเผยแพร่วัฒนธรรมจีน บอกเล่าเรื่องราวของจีน ของชาวแต้จิ๋ว และของชาวจีนโพ้นทะเลผู้มุ่งมั่นบากบั่น เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและการยอมรับวัฒนธรรมจีนในสังคมไทย กระชับมิตรภาพระหว่างประชาชนของสองประเทศ และร่วมสร้างประชาคมไทย-จีนที่มีอนาคตร่วมกันให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น ในโอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนของที่ระลึกและถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก โดยคณะผู้แทนสมาคมฯ ประกอบด้วย นายกสมาคมฯ คุณพัดชา ตั้งศิริบุญญา (陈乙醇) อุปนายก คุณณฐพัชร์ ภาวสุกุล (周锦昇) คุณอภิภู ตั้งศิริบุญญา (陈泽贤) คุณรมิตา ตั้งศิริบุญญา (陈炳好) และเฉิน โจวปิน (陈周彬) พร้อมด้วยผู้อำนวยการบริหาร คุณภัณฑบดี วาทีรักษ์สกุล (郑永利)
11 กรกฎาคม 2569🎎 วัฒนธรรมแต้จิ๋ว| 5 6 | 1. 1 1 21 6 5 | 月圆夜 孤影起炉火 ง๊วยอี่แหม่ โกวเอี้ยคีโหล่วห้วย 🇹🇭 คืนจันทร์เพ็ญ เงาโดดเดี่ยวเริ่มจุดเตาไฟ 🇬🇧 On a full moon night, a lonely shadow lights the stove. | 0 1 1 1 1 21 6 5 | 日子悄悄又添岁 หยิกจี้เฉียวเชี่ยวอิ่วเทียมส่วย 🇹🇭 วันเวลาผ่านไปอย่างเงียบเชียบ อายุเพิ่มขึ้นอีกปี 🇬🇧 Days pass silently, adding another year to my age. | 0 1 1 1 1 2 3 | 5 - | 尚好人家地块找 เซี่ยงฮ่อหนั่งแกตี่ก้อฉ่วย 🇹🇭 ครอบครัวดี ๆ จะไปหาได้จากที่ไหน 🇬🇧 Where can a good match be found? | 0 5 6 | 1. 2 1 2 1 6 | 5 5 1 3 2 1 | 夜深胶己来煮茶 แม้ชิมกากี่ไหล่จื๋อเต๊ 🇹🇭 ดึกดื่นค่ำคืน ต้มชาดื่มเองลำพัง 🇬🇧 Late at night, I brew tea all alone. | 2 - 2 32 2 1 | 2 - | 静待好水配好茶 แจ่ไท่หอจุ่ยพ่วยหอเต๊ 🇹🇭 เงียบสงบรอคอยน้ำดีมาคู่กับชาดี 🇬🇧 Quietly waiting for good water to match good tea. | 0 5 6 | 1. 1 1 21 6 5 | 风啊轻轻吹 ฮวงอ่าคิงๆชวย 🇹🇭 สายลมเอ๋ย พัดมาเบา ๆ 🇬🇧 Oh, the wind blows so gently. | 0 1 1 1 1 21 6 5 | 舅妗姑姨忙催嫁 กู่กิ๋มโกวอี๊หมั่งชุยแก่ 🇹🇭 บรรดาญาติผู้ใหญ่ต่างวุ่นวายเร่งรัดให้แต่งงาน 🇬🇧 Aunts and uncles are busy rushing me to marry. | 0 1 1 1 1 2 3 | 5 - | 心内无谱弹琵琶 ซิมไหลบ่อโพ่วตั่วปี่แป๊ 🇹🇭 ในใจไม่มีโน้ตเพลง (ไร้ทิศทาง) แต่กลับดีดพิณผีผา 🇬🇧 My heart is restless, like playing the pipa without a tune. | 0 5 6 | 1. 2 1 2 1 6 | 月下问花花未应 ง๊วยแอ๋หมึ่งฮวย ฮวยบ่วยเอ่ง 🇹🇭 ถามดอกไม้ใต้แสงจันทร์ ดอกไม้ไม่ตอบสะท้อนกลับ 🇬🇧 Asking the flowers beneath the moon, yet they do not reply. | 5 5 1 3 2 1 | 花容月貌去不回 ฮวยย้งง๊วยเหมาขื่อปุ๊กฮ้วย 🇹🇭 ความงดงามดั่งดอกไม้และจันทร์ จากไปไม่กลับมา 🇬🇧 Fleeting beauty of flowers and moon departs and never returns. | 2 - 3 32 2 1 | 1 - - - | 繁花终将成落花 ห่วงฮวยจงเจียงเส่งเหลอะฮวย 🇹🇭 ดอกไม้ที่สะพรั่ง สุดท้ายก็ต้องร่วงโรย 🇬🇧 Blooming flowers will eventually fall and fade. | 1 - (2 3 5 6) | 触景生情 ชกเก้งแซเช้ง 🇹🇭 เห็นทัศนียภาพแล้วเกิดความรู้สึกสะเทือนใจ 🇬🇧 Moved by the scenery, deep emotions arise. | 5 3 5 3 | 5 6 5 3 - | 身在何处少年家 ซิงต่อห่อฉู่เสี้ยวหนี่แก 🇹🇭 พ่อหนุ่มคนนั้น ตัวเขาอยู่ที่ไหนกันนะ 🇬🇧 Where could that young man be? | 1' 6 1' 6 6 5 5 | 5 2 32 | 繁花到底落谁家 ห่วงฮวยเก้าต้อยเหลาะสุ่ยแก 🇹🇭 ดอกไม้ที่เบ่งบาน สุดท้ายจะร่วงหล่นที่บ้านใด 🇬🇧 To whose home will the blooming flowers eventually fall? 2 1 2 | 3 . 5 5 65 3 2 | 1 1 21 | 我愿今夜为你先煮一杯茶 อั่วหง่วงกิมแม้อุ่ยลื่อโซยจือเจกปวยเต๊ 🇹🇭 คืนนี้ฉันปรารถนาจะต้มชาให้เธอสักจอกก่อน 🇬🇧 Tonight, I am willing to brew the first cup of tea for you. 6. - | 6. 1 6. 5. 3 2 | 1 - - - | 一杯又一杯 เจกปวยอิ่วเจกปวย 🇹🇭 จอกแล้วจอกเล่า 🇬🇧 Cup after cup. | 5 3 5 3 | 5 6 5 3 - | 心在何处少年家 ซิงต่อห่อฉู่เสี้ยวหนี่แก 🇹🇭 หัวใจของพ่อหนุ่มคนนั้น อยู่ที่ไหนกันนะ 🇬🇧 Where does the heart of that young man lie? | 1' 6 1' 6 6 5 5 | 5 2 32 | 繁花到底落谁家 ห่วงฮวยเก้าต้อยเหลาะสุ่ยแก 🇹🇭 ดอกไม้ที่เบ่งบาน สุดท้ายจะร่วงหล่นที่บ้านใด 🇬🇧 To whose home will the blooming flowers eventually fall? 2 1 2 | 3 . 5 5 65 3 2 | 1 1 21 | 我愿今生为你先煮一杯茶 อั่วหง่วงกิมแม้อุ่ยลื่อโซยจือเจกปวยเต๊ 🇹🇭 ชาตินี้ฉันปรารถนา จะชงชาให้เธอสักจอกก่อน 🇬🇧 In this lifetime, I am willing to brew the first cup of tea for you. 6. - | 6. 1 6. 5. 3 2 1 | 1 - - - | 1 - 0 || 一杯又一杯 เจกปวยอิ่วเจกปวย 🇹🇭 จอกแล้วจอกเล่า 🇬🇧 Cup after cup.
10 กรกฎาคม 2569🏛️ ข่าวสารสมาคมเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ สมาคมวัฒนธรรมแต้จิ๋วและภาษา (ประเทศไทย) นำโดย คุณพัดชา ตั้งศิริบุญญา นายกสมาคมฯ พร้อมด้วย คุณเฉิน โจวปิน อุปนายกสมาคมฯ และคณะกรรมการ ได้ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและเป็นกันเองแก่ นายสมศักดิ์ อมรรัตนชัยกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ASIAN พร้อมคณะ ในโอกาสเดินทางมาเยี่ยมชมกิจการของสมาคมฯ ในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ นายสมศักดิ์ อมรรัตนชัยกุล และคณะ ได้มอบวัตถุมงคล พร้อมทั้งวัตถุโบราณแต้จิ๋วอันทรงคุณค่าให้แก่สมาคมฯ เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นขวัญกำลังใจในการดำเนินงานสืบสานวัฒนธรรมและภาษาแต้จิ๋ว โดยสมาคมฯ ได้ให้คำมั่นว่าจะดูแลรักษาสิ่งอันมีค่าเหล่านี้เป็นอย่างดี และจะถ่ายทอดเรื่องราวตลอดจนคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่แฝงอยู่ ให้แก่สาธารณชนและอนุชนรุ่นหลังสืบต่อไป จากนั้น คุณพัดชา ตั้งศิริบุญญา นายกสมาคมฯ ได้มอบของที่ระลึกแก่ท่านประธาน เพื่อแสดงความขอบคุณและตอบแทนน้ำใจอันงดงามในครั้งนี้ สมาคมฯ ขอขอบพระคุณ นายสมศักดิ์ อมรรัตนชัยกุล และคณะ ในความเมตตาและไมตรีจิตเป็นอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ร่วมสานสัมพันธ์อันดีระหว่างกันต่อไปในภายภาคหน้า
10 กรกฎาคม 2569🎎 วัฒนธรรมแต้จิ๋วสมาคมวัฒนธรรมแต้จิ๋วและภาษา (ประเทศไทย) ขอนำเสนอเกร็ดความรู้ทางวัฒนธรรมว่าด้วยประเพณีการแต่งบุตรสาวของชาวแต้จิ๋วในสมัยโบราณ ซึ่งเป็นกระบวนการอันเปี่ยมด้วยพิธีรีตองและกลิ่นอายแห่งวงศ์ตระกูล สะท้อนวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของถิ่นแต้จิ๋วที่รักและทะนุถนอมบุตรสาวอย่างลึกซึ้ง การวิวาห์ของชาวแต้จิ๋วโบราณยึดถือแบบแผน "หกพิธี" (六礼) อย่างเคร่งครัด ตั้งแต่การทาบทามสู่ขอ การสอบถามชื่อและดวงชะตา การแจ้งผลอันเป็นมงคล การมอบสินสอด การกำหนดฤกษ์วิวาห์ ไปจนถึงการรับตัวเจ้าสาว โดยฝ่ายเจ้าบ่าวจะส่งสินสอดจำนวนมาก ทั้งทองคำ เงิน เนื้อหมู และขนมมงคล ตามธรรมเนียมที่เรียกว่า "ส่งสินสอด" (送聘) ครั้นถึงค่ำคืนก่อนวันวิวาห์ บ้านฝ่ายเจ้าสาวจะจัดงานเลี้ยงญาติสนิทมิตรสหาย และร่วมรับประทาน "เหล้าลาแม่" (离娘酒) กับบุตรสาว อันสื่อความหมายว่าบุตรสาวกำลังจะจากอ้อมอกบิดามารดา บรรยากาศในงานจึงเต็มไปด้วยความรักและความอาลัยอาวรณ์ ชาวแต้จิ๋วมีธรรมเนียมทุ่มเททุกสิ่งเพื่อจัดเตรียมสินสมรสให้บุตรสาว เพื่อให้มีฐานะและศักดิ์ศรีในครอบครัวฝ่ายสามี ครอบครัวที่มั่งคั่งจะจัดเครื่องสินสมรสอย่างยิ่งใหญ่ตามธรรมเนียม "สิบลี้เครื่องวิวาห์แดง" (十里红妆) ประกอบด้วยเครื่องเรือนไม้แดงนานาชนิด อาทิ ตู้ไม้แดงทรงป่อง ถังลูกหลาน และอ่างล้างหน้า ส่วนหัวใจสำคัญที่สุดคือเครื่องประดับทองคำ "สี่ชิ้นทอง" (四点金) ได้แก่ สร้อยคอทองคำ แหวนทองคำ ต่างหูทองคำ และกำไลทองคำ ซึ่งผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าบ่าวมอบให้ฝ่ายเจ้าสาวในพิธีหมั้น เป็นทั้งคำอวยพรและสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศของผู้เป็นสะใภ้ นอกจากนี้ บิดามารดายังเตรียม "เงินนำทาง" (带路钱) เป็นเงินก้นถุงส่วนตัวของเจ้าสาวไว้ใช้ยามจำเป็น และให้พี่น้องชายของเจ้าสาวหาบกล่องไม้เคลือบแดงคู่ (担盘) นำสินสมรสไปส่งถึงบ้านเจ้าบ่าว สื่อความหมายว่าบ้านเกิดจะเป็นกำลังหนุนของบุตรสาวตลอดไป ที่โดดเด่นเป็นพิเศษคือธรรมเนียม "รับเจ้าสาวยามสามยาม" ซึ่งต่างจากธรรมเนียมจีนภาคกลางโบราณที่นิยมรับเจ้าสาวยามพลบค่ำ ขบวนรับตัวเจ้าสาวของฝ่ายเจ้าบ่าวจะออกเดินทางตั้งแต่เช้ามืดฝ่าความมืดไปถึงบ้านฝ่ายหญิง โดยก่อนออกเรือน เจ้าสาวจะผ่านพิธี "ร้องไห้ลา" และ "หวีผม" จากผู้ใหญ่ในบ้าน อันหมายถึงการอำลาวัยสาวอย่างเป็นทางการ แม้ในอดีตจะมีคำกล่าวว่า "บุตรสาวที่แต่งออกไปเปรียบดั่งน้ำที่สาดออกจากบ้าน" แต่สำหรับชาวแต้จิ๋วแล้ว สินสมรสอันมากมายและการคุ้มครองจากวงศ์ตระกูล ทำให้บุตรสาวมีศักดิ์ศรีอันมั่นคงในบ้านของสามี การเรียนรู้ประเพณีเหล่านี้จึงช่วยให้เข้าใจโครงสร้างสังคมแบบวงศ์ตระกูลและจริยธรรมครอบครัวของชาวแต้จิ๋วได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น สมาคมฯ จะนำเสนอเกร็ดความรู้วัฒนธรรมแต้จิ๋วอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมสืบสานมรดกอันล้ำค่านี้สืบไป
1 กรกฎาคม 2569🏛️ ข่าวสารสมาคมเนื่องในวาระครบรอบ 51 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา คุณพัดชา ตั้งศิริบุญญา (陈乙醇) นายกสมาคมวัฒนธรรมแต้จิ๋วและภาษา (ประเทศไทย) หรือที่รู้จักในนาม "เหล่าซือจินนี่" เจ้าของเพจ "จินนี่ แต้จิ๋วอาม่าชอบพูด" ได้ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมติชน ร่วมบอกเล่าเรื่องราวสายใยความผูกพันระหว่างสองแผ่นดิน ผ่านภาพยนตร์เรื่อง "จดหมายรักถึงอาม่า" (给阿嬷的情书) ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศจีน "จดหมายรักถึงอาม่า" เป็นภาพยนตร์ที่ดำเนินเรื่องด้วยภาษาแต้จิ๋วตลอดทั้งเรื่อง สะท้อนชีวิตของชาวแต้จิ๋วที่เดินทางเข้ามาทำงานในสยาม รวมถึงเรื่องราวของ "เฉียวพี" หรือ "โพยก๊วน" จดหมายพร้อมเงินที่ชาวจีนโพ้นทะเลส่งกลับไปยังครอบครัวที่บ้านเกิด โดยมีนักแสดงไทย คุณอุษา เสมคำ (อาม่าแต๋ว) ร่วมแสดงด้วย ทั้งนี้ สำนักข่าวซินหัวรายงานข้อมูลจากเมาเหยียน แพลตฟอร์มจำหน่ายตั๋วภาพยนตร์รายใหญ่ที่สุดของจีนว่า ณ วันที่ 19 มิถุนายน ภาพยนตร์ทำรายได้ทะลุ 1,800 ล้านหยวน (ประมาณ 8,100 ล้านบาท) และได้รับคะแนนรีวิวบนโต้วป้านสูงถึง 9.3 เต็ม 10 ขณะที่เพลงประกอบ "ชงชาใต้แสงจันทร์" (月下煮茶) ก็กำลังเป็นกระแสบนสื่อสังคมออนไลน์ของจีนเช่นกัน ในบทสัมภาษณ์ นายกสมาคมฯ ได้ย้อนเล่าเรื่องราวครอบครัวของตนเอง ซึ่งบรรพบุรุษรุ่นทวดอพยพจากเมืองซัวเถาด้วยเรือสำเภาหัวแดง ใช้เวลาเดินทางข้ามทะเลกว่าหนึ่งเดือน มีทรัพย์สินติดตัวเพียงกระเป๋าหวายใบเดียว ก่อนขึ้นฝั่งที่ท่าเรือราชวงศ์และปักหลักที่ย่านบางรัก โดยคุณทวด (หวั่วเหล่ากง) เริ่มจากอาชีพพ่อค้าขายปลา ก่อนนำความรู้แพทย์แผนจีนโบราณมารักษาผู้คนโดยไม่คำนึงถึงผลตอบแทน จนได้รับการกล่าวขานว่าเป็นหมอจีนคนแรกในประเทศไทยที่รักษาโรคงูสวัดได้สำเร็จ และเรื่องราวของท่านได้ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง "กระท่อมไม้ไผ่" นายกสมาคมฯ ยังได้ถ่ายทอดเรื่องราวของ "เฉียวพี" ที่อาม่าเคยเล่าให้ฟัง ว่าเป็นเส้นใยแห่งความหวังของครอบครัวชาวจีนโพ้นทะเล โดยมี "จุยแขะ" (水客) เป็นคนกลางรับส่งจดหมายและเงินระหว่างไทย-จีนผ่านฮ่องกง จดหมายแต่ละฉบับใช้เวลานานนับเดือน และมักเขียนสั้นกระชับเพียงว่า "สุขภาพแข็งแรง การงานเป็นปกติ" เพราะผู้ส่งจำนวนมากต้องจ้างซินแสเขียนให้โดยคิดค่าใช้จ่ายตามจำนวนตัวอักษร ทั้งที่ชีวิตจริงในต่างแดนเต็มไปด้วยความยากลำบาก แต่เลือกเก็บความทุกข์ไว้ ไม่ให้ครอบครัวเป็นห่วง — เช่นเดียวกับแนวคิด "กากี่นั้ง" (คนกันเอง) ของชาวแต้จิ๋ว ที่พร้อมยื่นมือช่วยเหลือกันแม้มิใช่เครือญาติ ในด้านพันธกิจการอนุรักษ์ นายกสมาคมฯ เล่าว่าได้สอนภาษาจีนกลางมาตั้งแต่อายุ 15 ปี รวมเป็นเวลา 26 ปี และจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีก่อน เมื่อเปิดเพจสอนภาษาแต้จิ๋วอย่างจริงจังและได้รับการตอบรับเกินคาด ปัจจุบันผู้เรียนส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป โดยท่านที่อาวุโสที่สุดมีอายุถึง 92 ปี สะท้อนแนวคิด "เรียนรู้จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต" อีกทั้งยังมีการจัดทริปศึกษาวัฒนธรรม พาผู้เรียนเดินทางไปเมืองซัวเถาเพื่อค้นหารากเหง้าและตามหาญาติพี่น้องที่ขาดการติดต่อ ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีคนรุ่นใหม่ร่วมเดินทางมากขึ้น ด้วยเจตจำนงดังกล่าว จึงนำมาสู่การก่อตั้งสมาคมวัฒนธรรมแต้จิ๋วและภาษา (ประเทศไทย) เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้สำหรับคนทุกวัย โดยนอกจากการสอนภาษาแล้ว ยังมีกิจกรรมวัฒนธรรมหลากหลาย ทั้งการทำขนมแต้จิ๋วโบราณ เขียนพู่กันจีน ตัดกระดาษ ชงชาแบบแต้จิ๋ว และศิลปะการแสดงงิ้ว พร้อมทั้งเตรียมจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อมภายในศูนย์ เพื่อจัดแสดงวัตถุโบราณและหลักฐานทางประวัติศาสตร์การโยกย้ายถิ่นฐานของชาวจีนโพ้นทะเลให้ผู้สนใจได้ศึกษาต่อไป ดังคำกล่าวที่ว่า "จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน" ที่มิได้เป็นเพียงวลีทางการทูต หากแต่หยั่งรากลึกในสายสัมพันธ์ของประชาชนทั้งสองแผ่นดินอย่างแท้จริง 📰 เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ใน มติชนออนไลน์ (23 มิถุนายน 2569)